สถานที่ท่องเที่ยวในไทยยังมีอีกมากมายที่คุณไม่รู้ ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานที่ท่องเที่ยวกับเราที่นี่ แล้วคุณจะรู้ว่าเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ อีกมากมายที่คุณยังไม่ได้ไป

เว็บบล็อกแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไทย

ยินดีต้อนรับสู่เว็บบล็อกสถานที่ท่องเที่ยว สนับสนุนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อใช้ในการร่วมแข่งขันการทำ SEO 2010 ชิงแชมป์แห่งประเทศไทย

สถานที่ท่องเที่ยวจากประสบการณ์จริง

เนื้อหาที่ปรากฎบนบล็อกแห่งนี้เป็นเนื้อหาที่เขียนและเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์การไปท่องเที่ยวโดยตรง ถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวออกมาเป็นข้อความและภาพ

รักประเทศไทย ท่องเที่ยวไทย

การท่องเที่ยวไทยช่วยให้การหมุนเวียนของรายได้ในประเทศดีขึ้น ปลูกจิตสำนึกให้เรามีความรักในชาติ และเป็นการผ่อนคลาย ให้รางวัลกับการใช้ชีวิตที่เหน็ดเหนื่อย

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว

นอกจากภาพสถานที่ท่องเที่ยวและเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาแล้วเรายังแนะนำข้อมูลการติดต่อที่พักพร้อมด้วยแผนที่การเดินทางให้คุณวางแผนไปท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น

ทะเล น้ำตก สวยงามมากมาย

ข้อมูลที่เรานำเสนอมีทั้งทุ่งหญ้า ทะเล น้ำตก ภูเขา หมอกและหน้าผาสูงชัน เป็นการบอกเล่าเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายที่คุณจะอิ่มเอมหัวใจที่ได้แวะมาเยือน

วังน้ำเขียว สถานที่ท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน

สถานที่ท่องเีที่ยวที่อยู่ใกล้กรุงเทพอีกแห่งที่มีบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ต่างจากดินแดนในภาคเหนือ ก็คือวังน้ำเขียวเมืองแห่งการท่องเที่ยวอีกแห่ง ที่คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ทั้ง 3 ฤดู และเป็น 3 สีสันที่แตกต่าง คุณสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้ได้ตลอดปี โดยเฉพาะหน้าฝนที่พร่างพรมความชุ่มฉ่ำไปทั่ว ขับรถใกล้ ๆ มาท่องเที่ยววังน้ำเขียว สีเขียวของผืนป่าปกคลุมไปทั่ว สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สถานที่่ท่องเที่ยว วังน้ำเขียว
ด้วยลักษณะทั่วไปของวังน้ำเขียวที่เป็นภูขาสูงต่ำแบบลูกคลื่น สลับกับที่ราบกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 200 - 700 เมตร ทำให้อำเภอวังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แม้ในฤดูร้อนยังมีอุณหภูมิสูงสุดเพียงแค่ 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อถึงฤดูหนาวสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เย็นสบายไม่หนาวจัดจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 9 องศาเซลเซียส ประกอบกับฤดูฝนที่ฝนนตกติดต่อกันมายาวนานถึง 5 เดือน ตั้งแต่มิถุนายน - ตุลาคม ทำให้วังน้ำเขียวมีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี จึงเป็นที่มาที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ถูกเรียกขานว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน"

ที่ตั้งของวังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับหลายอำเภอในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งสองสถานที่ท่องเที่ยวนี้ก็นับได้ว่าเป็นผืนป่าดงพญาเย็นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน และยังถูกเสนอ UNESCO จัดตั้งเป็นมรดกโลกด้วย เพียงแค่วังน้ำเขียวมีอาณาเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ท่านใดมาเที่ยววังน้ำเขียวแล้วก็แวะต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวบนเขาใหญ่ได้

พื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวได้ถูกสำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีก๊าซโอโซนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นก๊าซที่เกิดขึ้นมาเองมีหน้าที่ปกป้องหลังคาโลก ดูดซับรังสีที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และยังสามารถแตกตัวออกมาเป็นออกซิเจนอยู่ในชั้นบรรยากาศชั้นล่างเพื่อให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ดำรงชีวิตอยู่ได้ การที่บางคนเปรียบเทียบว่าการมาสถานที่ท่องเที่ยววังน้ำเขียว เพื่อสูดโอโซน ก็หมายถึงการมาท่องเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์นั่นเอง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและขึ้นชื่อในวังน้ำเขียวมีหลายแห่งด้วยกันเช่น การไปดูกระทิงที่เขาแผงม้า การไปสูดโอโซนในแหล่งที่ดีที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สถานที่ท่องเที่ยวดูกระทิงที่เขาแผงม้า

สถานที่่ท่องเที่ยว
การเดินทางไปชมกระทิงที่เขาแผงม้านั้นต้องใช้บริการของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกระบะจะสะดวกที่สุด ส่วนท่านที่ขับรถเก๋งส่วนตัวไปเที่ยว สามารถติดต่อชมรมนำเที่ยวที่ตำบลวังหมีให้พาชมก็จะชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ครบถ้วนทุกซอกทุกมุม และสะดวกกว่ามาก โดนอันดับแรกจะต้องเดินทางตะลุยเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อเข้าไปยังหอดูกระทิง จากนั้นเป็นเส้นทางเท้าแบบวนรอบ ระยะทาง 1800 เมตร มีป้ายสื่อความหมายบอกทาวงจำนวน 9 จุด จากนั้นก็จะถึงจุดที่เป็น Hilight ของเส้นทางคือหอดูกระทิง ช่วงเวลาที่ดูกระทิงที่ดีที่สุดคือประมาณ 17.00 น. ถึงพลบค่ำ โอกาสที่จะพบเห็นกระทิงได้ดีที่สุดคือช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม
ติดต่อผู้นำอาสาสมัครพัฒนาชุมชนตำบลวังหมี 08-9838-6022


สถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช

สถานที่่ท่องเที่ยว
นอกจากไปดูกระทิงที่เขาแผงม้าแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอำเภอวังน้ำเขียวที่อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันด้วยคือ สถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมกระแสราช ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอวังน้ำเขียว ภายในสถานีได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นเขตสงวนชีวมณฑล เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ รวบรวมพันธุ์ไม้และสัตว์ป่ามากถึง 380 ชนิด โโยสามารถเดินเท้าศึกษาได้หลายเส้นทาง ถ้าท่านแจ้งการเยี่ยมชมล่วงหน้าจะมีเจ้าหน้าที่เป็นไกด์พาเดินพร้อมบรรยายให้ความรู้เพิ่มเติมด้วย ส่วนใครจะจัดสัมมนาที่นี่ก็มีห้องประชุมพร้อมรับรองด้วย
โทรศัพท์ติดต่อ 0-4425-8624 หรือ 0-4424-2533

อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง
ลักษณะเด่นของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงคือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่โอบล้อมด้วยภูเขา จากมุมมองบริเวณริมอ่างเก็บน้ำฝั่งถนนลาดยางจะมองเห็นแนวสันเขาของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ทอดยาวผ่านไปเบื้องหลังอย่างสวยงาม ที่สำคัญคือเส้นทางลัดจากวังน้ำเขียวมายังอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่จะผ่านเส้นทางเลียบริมอ่างเก็บน้ำนี้ ขับชมวิวก็สะดวก หรือจะจอดดูนกน้ำ ตกปลาก็ยังได้ นอกจากนี้ในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็ยังบริการร้านอาหารและที่ัพักแบบเข้าพักได้หลายวันหลายคืนอีกด้วย


สถานที่ท่องเที่ยวต่อเนื่องจากวังน้ำเขียว
ขากลับถ้าขับรถออกจากวังน้ำเขียวเข้ากรุงเทพตามทางหลวงหมายเลข 304 ห่างจากวังน้ำเขียว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับอุทธยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นอุทธยานที่มีเสน่ห์ตรงที่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีต้นลานอยู่เป็นจำนวนมาก และจัดเป็นป่าลานที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย และเป็นป่าลานผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ หากคุณมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นอกจากจะได้เดินทางศึกษาธรรมชาติและต้นลานขนาดต่าง ๆ แล้ว ยังมีเส้นทางเดินไปเที่ยวน้ำตกห้วยน้ำใหญ่ น้ำตกม่านฟ้า น้ำตกห้วยขมิ้น ส่วนใครอยากเที่ยวชมวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ ต้องไม่พลาดไปที่จุดชมวิวผาเก็บตะวัน ซึ่งเดินทางจากตำบลไทยสามัคคี ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมปลูกป่าโดยให้คุณได้ยิงเมล็ดพันธ์ด้วยหนังสติ้ก หือหวดด้วยไม้กอล์ฟ ได้ปลูกป่าและได้ออกกำลังกายอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว ตามรอยปราสาทขอม

สถานที่ท่องเที่ยว ที่จะแนะนำวันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเมืองโคราชคือ ปราสาทหินพิมาย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ร่องรอยอารยธรรมของขอมโบราณที่ยังคงความงดงามและสะท้อนความรุ่งเรืองในอดีตให้อนุชนรุ่นต่อๆ มาได้เรียนรู้ ศึกษาพร้อมกับชื่นชมความงดงามและยิ่งใหญ่

สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพิมาย
อำเภอพิมาย อันเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย สถานที่ท่องเที่ยวที่ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวปราสาทขอมของเมืองโคราช ที่สำคัญปราสาทหินพิมายแห่งนี้ยังเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสวยที่สุดอีกด้วย จากอำเภอพิมาย ในโคราชยังมีปราสาทหินแหล่งอารยธรรมขอมอีกหลายแห่งให้เที่ยวชม สนุกกับการเที่ยวชมโบราณสถานและความรุ่งเรืองของขอมโบราณกันอย่างจุใจเลยทีเดียว

ประวัติโดยย่อของสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทหินพิมาย
ปีที่สร้าง: พุทธศตวรรษที่ 16-17 (พ.ศ. 1724-1763)
ลัทธิศาสนา: พุทธศาสนสถาน นิกายมหายาน
ศิลปะแบบ: ปาปวนผสมผสานศิลปะแบบนครวัด
กษัตริย์: พระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ที่มีงานสร้างปราสาทหินมากที่สุด หลังจากกอบกู้อาณาจักรขอมจากพวกจามแล้ว พระองค์ก็ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ในปี พ.ศ. 1724 พร้อมกับบูรณะราชธานีขึ้นมาใหม่ คือ "เมืองพระนครหลวง" หรือ "นครธม" และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนมายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน

นอกเหนือจากการสงครามแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น สร้างปราสาทตาพรม ถวายพระมารดา สร้างปราสาทพระขรรค์ ถวายพระบิดา ปราสาทตาสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์ อยู่ที่เมืองเสียมราฐ กัมพูชา ส่วนในเขตประเทศไทยยังมีปราสาทหินพิมายและปราสาทเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายานด้วย

นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้าง "บ้านมีไฟ" หรือที่พักคนเดีนทาง ซึ่งก่อด้วยศิลา และจุดไฟไว้ตลอด หรือที่เรียกกันว่า "ธรรมศาลา" จากจารึกที่ปราสาทพระขรรค์กล่วาถึงที่พักคนเดินทางมีมากถึง 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย แต่ละแห่งห่างกันประมาณ 12-15 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีการสร้างโรงพยาบาล หรือ "อโรคยาศาลา" จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตประเทสไทยด้วย

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสิ้นพระชนม์ราวปี พ.ศ. 1758 หรือ พ.ศ. 1762 เชื่อกันว่าทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ได้ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า "มหาบรมสุคตะ" หมายควาสมว่า พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

มีอะไรน่าสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทหินพิมาย

ในสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทขอมทั่วไปนั้น จุดเด่นจะคล้ายๆ คน เช่น ความงดงามของภาพจำหลัก ภาพสลัก ลักษณะของปราสาทหิน และถ้าจะให้ดีต้องรู้จักศิลปะในยุคต่างๆ รวมทั้งความเชื่อของการสร้างปราสาทด้วย

สะพานนาคราช
สถานที่ท่องเที่ยว ปราสาทหินพิมาย สะพานนาคราช
เมื่อคุณเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวชมปราสาทหินพิมายจะผ่านส่วนนี้เป็นที่แรก จะพบสะพานนาคราชและประติมากรรมรูปสิงห์ ตั้งอยู่ด้านหน้าของซุ้มประตูด้านทิศใต้ของปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นด้านหน้าของปราสาท มีลักษณะเป็นรูปกากบาทยกพื้นขึ้นสูงจากพื้นดินประมาณ 2.50 เมตร ราวสะพานโดยรอบทำเป็นลำตัวพญานาค ชูคอแผ่พังพานเป็นนาคเจ็ดเศียร มีลำตัวติดกันเป็นแผ่น หันหน้าออกไปยังเชิงบันไดทั้งสี่ทิศ สะพานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาล เชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ คตินี้ถือสืบกันมาในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนานิกายมหายาน

สถานที่ท่องเที่ยว ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

วันนี้ขอแนะนำศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจใกล้ ๆ บ้าน สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพมหานคร และสำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ ก็แนะนำให้มาไหว้สักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยว
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  ดังนั้นถ้าจะเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็มาที่ท้องสนามหลวงก่อนก็ได้จากนั้นก็เดินเท้าต่อ คุณอาจจะเห็นพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งถ้าไหว้ศาลหลักเมืองแล้วก็อาจจะเข้าไปเที่ยวชมต่อได้ด้วย

เข้ามาด้านในศาลหลักเมืองก็จะเห็นบรรยากาศผู้คนเข้ามาสักการะบูชาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แนะนำให้ซื้อดอกไม้ธูปเทียนที่ด้านในศาลหลักเมืองจะดีกว่าดอกไม้ธูปเทียนด้านนอก เพราะเป็นการทำบุญในตัวด้วย

ด้านในจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำแนะนำรวมถึงเล่าประวัติต่าง ๆ ของศาลหลักเมืองแห่งนี้ด้วย ถ้าคุณต้องการข้อมูล หรือมีข้อสงสัยใด ๆ ก็สามารถสอบถามจากเจ้าหน้าที่ได้เลย

สถานที่ท่องเที่ยว
เมื่อเข้ามาแล้วก็นั่งพักผ่อนหย่อนใจสักหน่อย เพราะด้านในมีสวนหย่อมเล็ก ให้นั่งพักมีต้นไม้ร่มรื่นจัดไว้อย่างสวยงาม พอหายเหนื่อแล้วก็ติดต่อทำบุญโดยการบริจาคเงินซื้อดอกไม้ธูปเทียน และกล่าวคำสักการะศาลหลักเมือง และถ้าท่านใดต้องการถามถึงโชคลาภ วาสนา ด้านในก็มีเซียมซีให้ได้ทำนายดวงชะตาและหาวิธีแก้ไขล่วงหน้าด้วย

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพ
จากนั้นเข้าไปด้านในอาคารศาลหลักเมือง จะเห็นเสาหลักเมืองทั้งสองต้น สอบถามประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับศาลหลักเมืองจากเจ้าหน้าที่ด้านใน ข้อมูลที่แท้จริงของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างไรจะเหมือนในละครทีวี หรือเป็นเหมือนที่เล่าต่อ ๆ กันมาหรือไม่ ผมขอเก็บไว้ไม่เล่าต่อ ซึ่งถ้าคุณอยากรู้ต้องแวะไปเองครับ

เมื่อออกมาจากอาคารศาลหลักเมืองแล้วก็อย่าเพิ่งไปไหน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังมีซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง ๕ คือเจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี มีการจัดละครรำ ละครชาตรี ให้ผู้ต้องการบูชา ว่าจ้างรำบูชาศาลหลักเมืองอยู่ด้านข้าง

สถานที่ท่องเที่ยว
สำหรับใครที่ต้องการตั้งหลักหรือต้องการตั้งสติเริ่มต้นใช้ชีวิตก็แนะนำให้ไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้และกราบไหว้สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นหลักชัยให้ชีวิตครับ

สถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิ

อำเภอทองผาภูมิ เป็นเพียงอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว วันนี้ผมจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 11 แห่งในทองผาภูมิให้รู้จักและถ้าสนใจก็เชิญชวนไปอุดหนุนการท่องเที่ยวไทยกันครับ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิมีดังนี้

สถานที่ท่องเที่ยว
พุน้ำร้อนหินดาด เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติริมลำธาร ค้นพบโดยทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้สร้างเป็นบ่อซีเมนต์ขึ้น 2 บ่อ เชื่อกันว่าน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ มีสรรพคุณในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่าง เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ การเดินทาง สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 105-106 อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 130 กิโลเมตร

น้ำตกผาตาด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เกิดจากลำห้วยเล็กๆ บริเวณเทือกเขากะลา มีความสวยงามของชั้นน้ำตกลดหลั่นกันไปถึง 3 ชั้น มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 140 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงกิโลเมตรที่ 105-106 ทางเดียวกับภุน้ำร้อนหินดาด เลยเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร

น้ำตกผาสวรรค์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 7 ชั้น ชั้นสูงสุดประมาณ 80 เมตร ตัวน้ำตกอยู่ในป่าลึกต้องเดินทางเข้าไปประมาณ 40 นาที การเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ น้ำตกอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 155 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ บริเวณกิโลเมตรที่ 110 ผ่านบ้านสหกรณ์นิคมเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าทางแยกดินลูกรังอีก 13 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางเชื่อมต่อจากน้ำตกผาตาดแล้วเดินเท้าต่ออีก 40 นาที หรือจะใช้เส้นทางจากน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ผ่านเหมืองเนินสวรรค์ หมู่บ้านสะพานลาว ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ถึงทางแยกบริเวณโครงการปลูกป่าเลี้ยวซ้ายอีก 13 กิโลเมตร ถึงที่จอดรถ เดินเท้าต่ออีก 40 นาทีก็จะถึง ถ้าเดินทางในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

สถานที่ท่องเที่ยว
เขื่อนวชิราลงกรณ เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลมตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0 3459 9077 ต่อ 2502, 2509, 0 3459 8030 หรือที่กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2436 6046-8 สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิประมาณ 6 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ อยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวง 3272 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอย สามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสอบเขื่อนเขาแหลมและเขาช้างเผือก ภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ มีบริการบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทรศัพท์ 0 1382 0359 หรืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตู้ ปณ. 18 อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 21110

เหมืองปิล็อก ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 ในอดีตเคยมีการทำเหมืองแร่ดีบุกและวุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม "ปิล็อกฮิลล์" สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิ ประมาณ 32 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ลำคลองงูเป็นชื่อของลำห้วย ซึ่งไหลวกวนและสลับซับซ้อนผ่านกลางผืนป่า กัดเซาะเพิงผาเทือกเขาหินปูนกลายเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ ภายในอุทยานฯ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงมีถ้ำหลายแห่งที่น่าสนใจ เช่น

ถ้ำเสาหิน อยู่ห่างจากปากห้วยลำคลองงู 6 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเสาหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหว่านอยู่กลางถ้ำ วัดความสูงจากพื้นถึงยอดเสาได้ 62.5 เมตร ถือว่าเป็นเสาหินที่สูงที่สุดเท่าที่เคยพบมา ช่วงเวลาที่สามารถเข้าชมถ้ำเสาหินได้คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายนเท่านั้น เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนระดับน้ำในถ้ำจะสูงมาก ไม่เหมาะแก่การเข้าชม

สถานที่ท่องเที่ยว
ถ้ำนกนางแอ่น อยู่บริเวณตอนกลางของห้วยลำคลองงู เป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก ลักษณะเป็นถ้ำทะลุ มีลำห้วยคลองงูไหลผ่าน เช่นเดียวกับถ้ำเสาหินมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร

ถ้ำน้ำตก เป็นถ้ำน้ำลอดเช่นเดียวกับถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น แต่มีความพิเศษกว่า คือธารน้ำใต้ดินภายในถ้ำและไหลลดหลั่นกันลงมา ก่อให้เกิดน้ำตกสูงถึง 17 ชั้น ชั้นที่สูงสุดถึง 20 เมตร ถ้ำมีความยาวประมาณ 2,710 เมตร

ถ้ำใหญ่ เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่ ปากทางเข้ากว้างประมาณ 50 เมตร ภายในถ้ำสามารถจุดคนได้หลายพันคน เป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากถ้ำน้ำตกประมาณ 1 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตู้ ปณ.4 ปทจ.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180

เที่ยว 2 วัน 1 คืนใน สถานที่ท่องเที่ยว บนอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตอนที่2

ในตอนที่แล้วผมเล่าถึง สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวซึ่งเป็นการเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งระหว่างทางมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราแวะพักผ่อนหย่อนใจและท่องเที่ยวผจญภัยอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวทราย น้ำตกทรายทอง จุดชมวิวทิวทัศน์ภูค้อ และถ้ำผาหงษ์เป็นต้น

หลังจากตื่นนอนเช้าวันนี้หากคุณอยากชมรถไปที่จุดชมวิวภูค้อ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ เพียง 4 กิโลเมตร แล้วจึงกลับมากินมื้อเช้าที่อุทยานฯ ได้

สายๆ ไปท่องเที่ยวต่อที่สวนสนดงแปก ซึ่งเส้นทางไปสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเท้าระยะทาง 5 กิโลเมตร คุณควรเตรียมข้าวกล่องและน้ำดื่มไปด้วยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไปกินข้าวกลางป่าปิกนิกท่ามกลางธรรมชาติ จุดเริ่มต้นเดินเท้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 49 เป็นเส้นทางสบายๆ เดินไม่ยากเพื่อที่จะเข้าไปชมป่าสนสองใบที่ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ซึ่งแทบจะไม่มีต้นไม้อื่นขึ้นแซมอยู่เลย คล้ายกับสวนสนภูกุ่มข้าว เพียงแต่ต้นสนที่นี่จะเป็นคนละชนิดกัน นอกจากนี้ในเส้นทางเดินเท้ายังผ่านผืนป่าที่หลากหลายทั้งป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ระหว่างทางยังอาจพบเห็นสัตว์ป่าและนกอีกหลายชนิด จึงเหมาะเป็นเส้นทางดูนกได้อีกด้วย ช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาที่กล้วยไม้ป่าหลายชนิดออกดอกให้ชมอย่างสวยงามด้วย

สนสองใบมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pinus merkusii Jungh.&de Vriese จัดอยู่ในวงศ์ PINACEAE และยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกเช่น เกี๊ยเปลือกดำ (ภาคเหนือ) เกี๊ยเปลือกหนา (เชียงใหม่) จ๋วง (ภาคเหนือและภาคตะวันออก-เฉียงเหนือ) เชียงเซา (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) โช (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) ไต้ (อุบลราชธานี และ-ศรีสะเกษ) แปก (ฉาน-แม่ฮ่องสอนและเลย) สนเขา สนหางม้า (ภาคกลาง) สะรอล (เขมร-สุรินทร์)

สถานที่ท่องเที่ยว น้ำตก เพชรบูรณ์
สนสองใบเป็นไม้ต้น มีความสูงเฉลี่ย 30-40 เมตร ลำต้นตรง ต้นที่มีอายุน้อยจะมีเรือนยอดรูปเจดีย์ แล้วแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมเมื่ออายุมากขึ้น มีเปลือกหนาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำแตกเป็นร่องลึกตามยาว ลักษณะใบเป็นรูปเข็มยาว 15-25 เซนติเมตร ออกตามปลายกิ่ง ติดเป็นกลุ่มๆ ละ 2 ใบ ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม โดยจะออกดอกเป็นช่อแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่งทั่วเรือนยอด ช่อตัวเมียมีสีม่วง ออกครั้งละ 1-3 ช่อ ตามปลายกิ่งใหญ่ที่อยู่ในระดับสูงๆ และมีขนาดใหญ่กว่าดอกตัวผู้ ลักษณะของผลจะออกรวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า cone รูปทรงกระบอก กว้างประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ถิ่นกำเนิดของสนสองใบอยู่ในเอเชีย ชอบขึ้นอยู่บนภูเขา ที่มีความสูงจากระดับทะเลตั้งแต่ 50-1,300 เมตร

ส่วนสนสามใบ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pinus kesiy Royie ex Gordon จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับสนสองใบ และมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นว่า เกี๊ยเปลือกแดง, เกี๊ยเปลือกบาง, จ๋วง, เซี๊ยงบั้ง, แปก และสนเขา เป็นไม้ต้นความสูงเฉลี่ยประมาณ 10-30 เมตร ลำต้นตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกมีสีน้ำตาลอมชมพูอ่อน ล่อนออกเป็นสะเกดรูปตาข่ายและมักมียางสีเหลืองซึมออกมาตามรอยแยก ลักษณะใบรูปเข็มจะออกเวียนสลับถี่ตามปลายกิ่งติดเป็นกลุ่มๆ ละ 3 ใบ ออกดอกบนต้นเดียวกัน แต่ช่อดอกตัวผู้จะมีสีเหลืองแบบหางกระรอก มีผลเป็นกลุ่มเรียกว่า cone รูปไข่ สีน้ำตาล สนสามใบนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากพม่า และชอบขึ้นอยู่เป็นกลุ่มบนเนินเขาที่ความสูงตั้งแต่ 1,000-1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

หลังจากชื่นชมควาสมงามของสนสองใบในสวนสนดงแปกแล้ว เดินเท้ากลับออกมาช่วงบ่ายนิดๆ ค่อยขับรถไปท่องเที่ยวเขาค้อกันต่อ หรือจะไปที่สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในจังหวัดพิษณุโลกก็ได้ ส่วนใครที่นอนค้างแรมที่น้ำหนาวอีกคืน ช่วงบ่ายกลับไปพักผ่อนที่อุทยานฯ ในวันรุ่งขึ้นจึงเดินทางไปเที่ยวชมน้ำตกเหวตาดหมอก น้ำตกตาดใหญ่ และน้ำตกตาดพรานบากันต่อ

ใกล้ ๆ กันนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีก 3 แห่งคือน้ำตกเหวตาดหมอก น้ำตกตาดใหญ่ และน้ำตกตาดพรานบา ทั้ง 3 น้ำตกนี้อยู่ในเส้นทางเดียวกับทางไปอำเภอน้ำหนาว หากคุณอยู่ที่ที่ทำการอุทยานฯ ให้ขับรถกลับไปทางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นจะพบสามแยกเลี้ยวซ้ายไปอำเภอน้ำหนาว เลี้ยวซ้ายตามทางลาดยางไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะถึงบ้านโคกมน เลี้ยวขวาเข้าไปทางวัดโคกมนประมาณ 300 เมตร จอดรถที่ลานวัดแล้วเดินเข้าไปชมวิวน้ำตกเหวตาดหมอกชั้นบนได้ น้ำตกเหวตาดหมอกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามไม่แพ้น้ำตกเหวทราย สายน้ำไหลจากลำธารที่ดูธรรมดาไปตกลงหน้าผากว้างและสูงชัน มีจุดชมวิวน้ำตกที่ห่างออกไปอีก 500 เมตร แต่เส้นทางยังไม่เปิดเที่ยวเป็นทางการ จึงต้องให้ชาวบ้านพาเข้าไปชม

สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ
ขับเลยจากน้ำตกเหวตาดหมอกไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือตามป้ายบอกทางไปชมน้ำตกตาดใหญ่ จากทางแยกเป็นทางลูกรังที่เหมาะสำหรับรถปิ๊กอัพหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วลงเดินอีกเพียงนิดเดียว ก็ได้ชมวิวน้ำตกตาดใหญ่แล้ว นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตกน่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอำเภอน้ำหนาว เป็นทางลูกรังเข้าไป 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินเท้าไปเพียง 150 เมตร จะถึงน้ำตกตาดพรานบา ซึ่งสายน้ำจะไหลผ่านลำธารหินลดหลั่นเป็นชั้นๆ อย่างสวยงาม

ทั้ง 3 น้ำตกนี้ เหมาะมาเที่ยวชมเฉพาะช่วงฤดูฝนเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด เพราะช่วงอื่นๆ น้ำน้อยวิวน้ำตกไม่สวย


ถ้าคุณยังมีเวลาเหลือ จะไปเที่ยวต่อที่สถานที่ท่องเที่ยวถ้ำใหญ่น้ำหนาวตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ นน.6 (ถ้ำใหญ่น้ำหนาว) ถ้าขนาดใหญ่ความลึก 4.5 กิโลเมตร ที่มีความงดงามวิจิตรพิศดารของหินงอกหินย้อย และมีน้ำไหลรินออกมาจากปากถ้ำ จึงเรียกอีกชื่อว่า ภูน้ำริน ภายในถ้ำเป็นถิ่นอาศัยของค้างคาวหายากหลายชนิด เช่น ค้างคาวมงกุฏมาร์แชล ค้างคาวหูหนูยักษ์ ค้างคาวท้องน้ำตาลใหญ่ เป็นต้น

จบการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวแบบครบทุกรส ขากลับเลือกกลับผ่านทางจังหวัดขอนแก่น หรือผ่านทางจังหวัดชัยภูมิก็ได้ครับ

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More